โรงเรียนบ้านห้วยลึก ตั้งอยู่เลขที่ 46 หมู่ที่ 4 หมู่บ้านห้วยลึก ตำบลม่วงยาย อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย ได้เปิดทำการสอนครั้งแรก เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2503 เดิมเป็นโรงเรียนในสังกัดตำรวจตระเวนชายแดน ชื่อโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบำรุงที่ 42 ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2508 ตำรวจตระเวนชายแดนได้โอนโรงเรียนให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย และได้เปลี่ยนชื่อเป็นโรงเรียนบ้านห้วยลึก ปัจจุบันเป็นโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา เปิดทำการสอนตั้งแต่ระดับก่อนประถมศึกษา ถึง ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 รวมเวลาก่อตั้งมาแล้ว 61 ปี มีผู้บริหารจำนวน 14 คน ดังมีรายนามต่อไปนี้
รายชื่อผู้บริหารโรงเรียนบ้านห้วยลึกจนถึงปัจจุบัน
- นายบุญมา นิลเนตร พ.ศ. 2508-2519 ครูใหญ่
- นายทองสุข นิลเนตร พ.ศ. 2519-2522 ครูใหญ่
- นายเกษม กองฟู(รกน.) พ.ศ. 2522-2524 ครูใหญ่
- นายบุญศรี ไมตรี พ.ศ. 2524-2526 ครูใหญ่
- นายโยธิน จันทราภรณ์ พ.ศ. 2526-2528 ครูใหญ่
- นายมานิตย์ จันทราภรณ์ พ.ศ. 2528-2529 ครูใหญ่
- นายสมศักดิ์ ติยะธะ พ.ศ. 2529-2532 อาจารย์ใหญ่
- นายสุรพล เจียตระกูล พ.ศ. 2532-2532 อาจารย์ใหญ่
- นายดำรงค์ หาญชนะ(รกน.) พ.ศ. 2532-2533 อาจารย์ใหญ่
- นายสุพจน์ สันมณีวรรณ พ.ศ. 2533-2534 อาจารย์ใหญ่
- นายภูวนัย พรหมอินทร์ พ.ศ. 2534-2537 อาจารย์ใหญ่
- นายสมศักดิ์ บุดดี พ.ศ. 2537-2554 ผู้อำนวยการโรงเรียน
- นายดำรงค์ หาญชนะ พ.ศ. 2554-2565 ผู้อำนวยการโรงเรียน
- นายวงศ์ไทย บุดดี พ.ศ. 2566-ปัจจุบัน ผู้อำนวยการโรงเรียน
- นายวงศ์ไทย บุดดี พ.ศ. 2566-ปัจจุบัน ผู้อำนวยการโรงเรียน
- สภาพชุมชน
บ้านห้วยลึก ปัจจุบันมี นายสมหมาย อินต๊ะปัญญา เป็นผู้ใหญ่บ้าน มีจำนวนครัวเรือนทั้งหมด ๒๙๙ครัวเรือน มีประชากรทั้งหมด ๖๖๑ คน ชาย ๓๒๓ คน หญิง ๓๓๘ คน เป็นคนไทย เชื้อสายลาว นับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ ๑๐๐
บ้านไทยเจริญ ปัจจุบันมี นายเลาซ้อ แซ่ลี เป็นผู้ใหญ่บ้าน มีจำนวนครัวเรือนทั้งหมด ๑๕๙ ครัวเรือน มีประชากรทั้งหมด ๘๐๐ คน ชาย ๓๙๘ คน หญิง ๔๑๒ คน เป็นชาวเขาเผ่าม้ง นับถือศาสนาคริสต์ ร้อยละ ๓๐ นับถือศาสนาอื่นและนับถือผีบรรพบุรุษ ร้อยละ ๗๐
2. การประกอบอาชีพ
ประชากรทั้งหมดประกอบอาชีพด้านเกษตรกรรม มีรายได้ต่ำ ฐานะค่อนข้างยากจน ชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง เป็นเผ่าที่มีความขยันขันแข็ง มีความอดทนในการทำมาหากิน โดยจะเห็นได้จากการที่ทำการเกษตร ซึ่งทำบนที่สูง บนเขาลาดชัน ไม่มีการใช้เครื่องทุ่นแรงในการทำไร่ทำสวน เพราะว่าไม่สามารถนำเครื่องทุ่นแรงเข้าไปยังพื้นที่ที่ทำการเกษตรได้ เนื่องจากพื้นที่ที่ทำการเกษตรส่วนใหญ่อยู่บนที่สูงลาดชัน การทำงานทุกอย่างใช้แรงงานคนทั้งหมด เช่น การเตรียมดินก็ใช้จอบ การขนผลผลิตจากไร่มายังหมู่บ้านก็ใช้แรงงานคนเพราะฉะนั้นชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง จึงต้องการแรงงานมาก จึงทำให้ไม่มีการคุมกำเนิด มีอัตราการเพิ่มของประชากรอยู่ในอัตราที่สูง
อาชีพส่วนใหญ่ที่ทำอยู่คือ
1. การทำไร่ข้าว 2. การทำไร่ข้าวโพด
3. ทำไร่ขิง 4. ทำสวนยางพารา
5. ทำสวนส้มโอ 6. การประมง
7.การรับจ้าง 8. ทำสวนส้มเขียวหวาน
ประเพณีที่สำคัญของชุมชน
- ประเพณีบุญข้าวจี่ ช่วงเวลา วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปี
- ประเพณีข้าวห่อหรือประดับดิน ช่วงเวลา วันแรม 15 ค่ำ เดือน 9 ของทุกปี
- ประเพณีกินสลาก ช่วงเวลา วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 ของทุกปี
- ประเพณีไหลเรือไฟ ช่วงเวลา วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี
- ประเพณีปีใหม่ม้ง ประมาณปลายเดือนธันวาคม
ประเพณีทั้ง 4 ประเพณีที่สำคัญของชุมชน ซึ่งจะได้ทำการศึกษารายละเอียดรูปแบบกิจกรรมต่อไป
พิธีกรรมเกี่ยวกับการทำมาหากิน
ด้วยชุมชนยึดการหาปลาเป็นอาชีพที่เลี้ยงครอบครัวจากอดีตจนถึงปัจจุบันจึงมีพิธีกรรมเกี่ยวกับเรือ คือ ก่อนที่จะตัดสินใจสร้างเรือต้องหาวันดีให้ได้ก่อน เมื่อจะลงมือตัดต้นไม้ คนตัดต้องขอกับผีที่รักษาต้นไม้ด้วยคำพูดไม่ต้องมีธูปเทียนกรวยดอกไม้ก็ได้
เมื่อสร้างเรือเสร็จก่อนที่จะเอาลงน้ำ ต้องหาวันดีจากผู้เฒ่าผู้แก่ที่รู้ หากเอาเรือลงน้ำในวันดี จะหาปลาได้เยอะ ก่อนที่จะเอาเรือลงน้ำต้องให้ผู้หญิงหรือแม่ของเจ้าของเรือ ซึ่งส่วนมากนิยมใช้แม่เจ้าของเรือเป็น ผู้สู่ขวัญเรือ อุปกรณ์ในการสู่ขวัญ มีดอกไม้สีแดง สีอื่นไม่นิยม เทียน 6 คู่ ผ้าขาวสำหรับมัดกระดูกงูเรือ จากนั้นแม่จะเป็นคนพูดขอให้เรืออยู่กับเจ้าของ ให้หาปลาได้เยอะๆ การบอกกล่าวนี้เป็นการบอกกล่าวต่อผีเรือ หรือเรียกอีกอย่างว่า นางเฮือ (นางเรือ)
ทุกๆ ปี ชาวบ้านจะนำเรือมาสู่ขวัญ 3 ครั้ง คือ วันเข้าพรรษา วันสงกรานต์ และวันปีใหม่ การสู่ขวัญ ไม่ใช้เหล้า จะใช้ขนมและอาหาร กรวยดอกไม้ ธูปเทียน ผู้ที่สู่ขวัญมักเป็นผู้ชายเจ้าของเรือ เชื่อว่าการสู่ขวัญ 3 ครั้งต่อปี ที่ทำโดยผู้ชายเจ้าของเรือนี้ เพื่อเป็นการขอบคุณต่อนางเฮือ เพื่อให้หาปลาได้เยอะ และหากบนไว้และลืมแก้บนต่อนางเฮือ ครั้งต่อไปจะหาปลาได้น้อย การลืมแก้บนไม่มีโทษร้ายแรง หรือทำให้คนลืมแก้บน ไม่สบาย เช่น ผีอื่นๆ
การทำผิดต่อนางเฮือ ได้แก่ การขับถ่ายบนหัวเรือ ซึ่งจะทำให้หาปลาไม่ได้ นางเฮือไม่สามารถ ทำให้คนที่ทำผิดไม่สบายได้ ลงโทษได้เพียงทำให้หาปลาไม่ได้ หรือหาปลาได้น้อย เมื่อทำผิดสามารถ ขอขมาได้ด้วยคำพูดและเทียน 1 คู่
อุปกรณ์หาปลาของชาวบ้านทุกชนิดจะมีผีประจำอยู่ ยกเว้น เบ็ด การจะซื้ออุปกรณ์หาปลา หรือลงมือผลิตเครื่องมือหาปลาเป็นครั้งแรกต้องดูฤกษ์วันดีก่อน จะทำให้หาปลาได้จำนวนมาก
พิธีกรรมเกี่ยวกับชีวิต
ในอดีตเมื่อครั้งชุมชนยังไม่มีถนนที่สะดวกในการไปรักษาพยาบาล ยามเจ็บไข้ได้ป่วยชุมชน จะใช้สมุนไพรที่หาได้ในชุมชนเป็นยารักษาอาการเจ็บไข้ โดยผู้ที่รักษาคือ หมอชาวบ้าน(หมอพื้นบ้าน) โดยใช้ ยาสมุนไพรควบคู่ไปกับการใช้คาถาที่ร่ำเรียนมา อาการเจ็บไข้ที่เป็นบ่อยๆ ได้แก่ ไข้กระด้าง ไข้สั่น ไข้ชัก
จากการสอบถามทราบว่า ยาที่ใช้รักษานั้นมี 3 ชนิด คือ
1. ยาฝน เป็นยาแก้กินของผิด แก้ลมออกหู
2. ยาแช่ เป็นยาแก้ไข้ตัวร้อน รับประทานอาหารได้น้อย เบื่ออาหาร ยาแช่บางครั้งก็เรียกว่า ยารากไม้ 3. ยาต้ม เป็นยาที่ใช้สมุนไพรหลายชนิดกว่า ยาแช่และยาฝน
ปัจจุบันการใช้ยาสมุนไพรเพื่อรักษาอาการเจ็บไข้ของคนในชุมชนลดความสำคัญลงจนเกือบจะสูญหายไปหมดแล้ว การใช้ยาสมุนไพรในขณะนี้ใช้เฉพาะผู้เฒ่าผู้แก่ที่รู้ตัวยาเท่านั้น เนื่องด้วยชุมชนสามารถไปรับการรักษากับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลและโรงพยาบาลประจำอำเภอซึ่งสะดวกกว่า